เงาะสุดยอดผลไม้ไทยที่ดีต่อสุขภาพ..

เงาะ เป็นไม้ผลเมืองร้อน มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยทั่วไปเงาะเป็นไม้ผลที่เจริญเติบโตได้ดี ในบริเวณที่มีความชื้นค่อนข้างสูง จึงนิยมปลูกในบริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ เช่น พันธุ์สีทอง พันธุ์น้ำตาลกรวด พันธุ์สีชมพู พันธุ์โรงเรียน และพันธุ์เจ๊ะมง เป็นต้น แต่พันธุ์เงาะที่นิยมปลูกเป็นการค้ามีแค่ 3 พันธุ์ คือ เงาะพันธุ์โรงเรียน เงาะพันธุ์สีทอง และเงาะพันธุ์สีชมพู ส่วนสายพันธุ์อื่นจะมีปลูกกันบ้างประปรายและโดยมากมักใช้เพื่อบริโภคในครัวเรือนหรือใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาทางวิชาการ ในอดีตประเทศที่ผลิตและส่งออกรายใหญ่ได้แก่ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย แต่ปัจจุบันพบว่าประเทศผู้ผลิตใหม่ เช่น ออสเตรเลีย และฮอนดูรัส ได้เข้ามามีส่วนแบ่งในตลาดเพิ่มมากขึ้น
คุณค่าทางโภชนาการของเงาะ 100 กรัม (ข้อมูจจาก กระทรวงเกษตร สหรัฐฯ)
– พลังงาน 82 กิโลแคลอรี
– คาร์โบไฮเดรต 20.87 กรัม
– เส้นใย 0.21 กรัม
– ไขมัน 0.65 กรัม
– โปรตีน 2.5 กรัม
– วิตามินบี 1 0.013 มิลลิกรัม
– วิตามินบี 2 0.022 มิลลิกรัม
– วิตามินบี 3 1.352 มิลลิกรัม
– วิตามินบี 6 0.02 มิลลิกรัม
– วิตามินบี 9 8 ไมโครกรัม
– วิตามินซี 4.9 มิลลิกรัม
– ธาตุแคลเซียม 22 มิลลิกรัม
– ธาตุเหล็ก 0.35 มิลลิกรัม
– ธาตุแมกนีเซียม 7 มิลลิกรัม
– ธาตุแมงกานีส 0.343 มิลลิกรัม
– ธาตุฟอสฟอรัส 9 มิลลิกรัม
– ธาตุโพแทสเซียม 42 มิลลิกรัม
– ธาตุสังกะสี 0.08 มิลลิกรัม
ประโยชน์ของการรับประทานเงาะ
- มีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส
- สรรพคุณช่วยรักษาอาการอักเสบในช่องปาก
- ช่วยแก้อาการท้องร่วงรุนแรงได้อย่างได้ผล
- ช่วยรักษาโรคบิดท้องร่วง
- ใช้เป็นยาแก้อักเสบช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
ส่วนเมล็ดของเงาะนั้นมีพิษ จึงห้ามรับประทาน เพราะอาจทำให้มีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และมีไข้ได้ ถึงแม้จะนำไปคั่วจนสุกแล้วก็ตามก็ยังเป็นอันตรายเช่นเดิม




