ขนมจำพวกเค้ก โดนัท คุ้กกี้ บิสกิต เวเฟอร์ มีส่วนผสมของแป้งและน้ำตาล เป็นจำนวนมาก จึงเป็นที่ถูกปากสำหรับผู้ที่ไม่ได้ควบคุมอาหาร แต่การกินมากเกินไป จะทำให้ร่างกายรับแคลอรี่เกินจำเป็น จากที่ใช้ในแต่ละวัน นำมาซึ่งความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆ
นายแพทย์อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย ได้เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลต่าง ๆ ขนมเหล่านี้นับเป็นของขวัญ ที่ซื้อหาง่าย ผู้คนจึงนิยมมอบให้กัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่มีติดบ้านเกือบทุกครัวเรือน แล้วด้วยความที่อร่อยถูกใจ อาจทำให้หลายๆคน สนุกและเพลิดเพลินกับการกินขนมจำพวกนี้
ขนมเค้กนั้นจะมีส่วนประกอบหลัก อยู่สองส่วน หนึ่งคือเนื้อเค้ก ที่อุดมไปด้วย นม เนย แป้ง น้ำตาล และไข่ อีกส่วนหนึ่งก็คือหน้าเค้ก ซึ่งทำมาจากไขมันและน้ำตาล ในปริมาณมาก ซึ่งการกินของหวาน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ควรจะระมัดระวัง โดยกินแค่หอมปากหอมคอ
เพราะหากกินในปริมาณที่มากไป เป็นระยะเวลาติดต่อกัน จะทำให้ร่างกายรับสารอาหารไม่ครบถ้วน การกินขนมและของหวานต่างๆ ร่างกายจะรับแป้ง น้ำตาล และไขมันเกินสมดุลย์ นอกจากจะส่งผลถึงน้ำหนักตัวแล้ว ยังเสี่ยงต่อโรคหลายชนิด เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และ โรคหัวใจ
แพทย์หญิงนภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ กรมอนามัย ได้กล่าวเสริมว่า การกินขนมจำพวกนี้ ควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ เนื่องจากส่วนผสมทั้งหลายในขนมเหล่านี้ ให้พลังงานสูง หากไม่ได้มีการควบคุม จะทำให้ร่างกายรับสารอาหารไม่ครบถ้วน แถมยังได้รับแต่น้ำตาล และ ไขมัน ซึ่งทำให้เกิดโรคอ้วน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังตามมา
ขนมเค้ก 1 ชิ้นเล็ก ขนาดประมาณ 35 กรัม ให้พลังงาน 140 กิโลแคลอรี ส่วนคุกกี้ 1 ชิ้น ขนาด 10 กรัม ให้พลังงาน 51 กิโลแคลอรี ดังนั้น หากบริโภคติดต่อกันในปริมาณ 1 ปอนด์ต่อวัน จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานถึง 1,600 กิโลแคลอรี ซึ่งทำให้ร่างกายได้รับพลังงานจากเค้กอย่างเดียว เกือบเท่ากับที่ร่างกายต้องการพลังงานจากอาหารอื่นวันละ 2,000 กิโลแคลอรี จึงทำให้บริโภคอาหารได้ไม่หลากหลาย ร่างกายขาดความสมดุลของสารอาหารชนิดต่าง ๆ ได้
รู้อย่างนี้แล้ว อย่ากินเยอะนะทุกคนนนนน!!