สาระน่ารู้

พึงระวังยุงลาย ภัยร้ายเมื่อเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน

ยุงลาย เป็นอีกสายพันธุ์ของ ยุง ซึ่งแต่เดิมมีการกระจายพันธุ์เฉพาะในเขตร้อน และกึ่งเขตร้อนแค่นั้น
แต่ปัจจุบัน เพราะกิจกรรมของมนุษย์ ยุงลายบางสปีชีส์กระจายทั่วทุกทวีป ยกเว้น ทวีปแอนตาร์กติกา

ยุงลายมีมากกว่า 700 สปีชีส์ และ ในบางสปีชีส์ ก็เป็นพาหะก่อให้เกิดโรคระบาดร้ายแรงหลาย ๆ โรค
ซึ่งได้แก่ ไข้เลือดออก, ไข้เหลือง, ไข้ซิกา, โรคชิคุนกุนยา, ไข้ไนล์ตะวันตก และโรคเท้าช้าง..เป็นต้น

และเมืองไทย ก็ได้เข้าสู้หน้าฝนอย่างเป็นทางการไปแล้ว ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา
ซึ่งอีกโรคภัยที่ควรเฝ้าระวังให้ดีก็คือไข้เลือดออก ซึ่งมีพาหะจากยุงลาย ซึ่งควรจะป้องกันไว้

 

โรคไข้เลือดออกและพาหะ

โรคไข้เลือดออก เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue) ที่มี 4 สายพันธ์ ติดต่อกันโดยมียุงลายเป็นพาหะ
เมื่อถูกยุงลายตัวเมียกัดและดูดเลือดผู้ป่วยที่อยู่ในระยะไข้ ในระยะนี้ จะมีไวรัสอยู่ในกระแสเลือดมาก
เชื้อจะเข้าไปอยู่กระเพาะยุงและเพิ่มจำนวนมากขึ้น แล้วถูกส่งเข้าสู่ต่อมน้ำลายซึ่งพร้อมที่จะเข้าสู่คน
ที่ถูกกัดต่อไป  เมื่อยุงที่มีเชื้อไวรัสไปกัดคนอื่น มันจะปล่อยเชื้อไปยังคนที่ถูกกัด ทำให้คนนั้นป่วยได้

ปกติระยะฟักตัวไวรัสไข้เลือดออกในผู้ที่ถูกยุงลายกัดอยู่ที่ประมาณ 3-14 วัน ส่วนมากจะเริ่มมีอาการ
หลังจากถูกกัด 5-8 วัน อาการชัดเจนคือไข้สูงเฉียบพลันอยู่ประมาณ 2-7 วัน แล้วลดลงอย่างรวดเร็ว
เบื่ออาหาร หน้าแดง ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยตามตัว อาเจียน จากนั้นก็จะมีผื่นจุดสีแดง
ขึ้นตามร่างกาย เนื่องจากมีเลือดออกที่ผิวหนัง และจะปวดท้องที่บริเวณซี่โครงด้านขวา เพราะตับโต

การกำจัดยุงลายพาหะของโรค

เนื่องจากยุงลายนั้นเป็นพาหะของโรค การที่จะป้องกันโรคจึงต้องทำที่ต้นตอ ด้วยการกำจัดแหล่งน้ำ
ภายในบ้าน_ที่อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย.ตามหลักดังนี้ 1. ควรความสะอาดบ้านให้ดูเป็นระเบียบ
ไม่ให้มีที่มุมมืดอับทึบ.จนยุงลายซ่อนตัวได้ 2. เก็บขยะให้สะอาดและกำจัดเศษภาชนะที่มีน้ำขัง เช่น
กระถาง กระป๋อง ยางรถยนต์ ขวดต่าง ๆ ที่มีแอ่งน้ำขัง ซึ่งยุงลายใช้ทำแหล่งเพาะพันธุ์ได้ 3. เก็บน้ำ
พยายามปรับถ่ายน้ำให้สะอาดอยู่เสมอ ๆ และต้องปิดฝาของทุกภาชนะที่บรรจุน้ำในบ้านให้เรียบร้อย

หากเป็นแหล่งน้ำใช้ (ไม่ใช่น้ำกิน) ที่ไม่สามารถหาฝาปิดได้ ก็ให้ใส่ทรายทีมีฟอส หรือ ทรายอะเบท
ที่มีสารทีมีฟอส ซึ่งมีคุณสมบัติที่ออกฤทธิ์กำจัดลูกน้ำยุงลาย โดยใส่ทรายทีมีฟอส 1% ลงในภาชนะ
ในสัดส่วน 1 กรัมต่อน้ำ 10 ลิตร .สารจะออกฤทธิ์ใน 1 ชั่วโมง และจะคงฤทธิ์อย่างนั้นได้ราว 3 เดือน

แต่ก่อนจะใส่ ต้องทำความสะอาดไม่ให้มีคราบตะไคร่น้ำ เพื่อให้สารทีมีฟอส_เกาะติดผิวของภาชนะ
ที่บริเวณด้านใน และเมื่อน้ำใช้ ที่เคยเติมทรายทีมีฟอสหมดลง ก็จะสามารถเติมน้ำใช้ลงไปได้ตลอด
โดยไม่ต้องขัดล้างภาชนะใหม่ เพราะมีสารเคลือบไปแล้ว แต่เมื่อใกล้ 3 เดือน .ก็ควรเพิ่มทรายลงไป
อย่างไรก็ดี หากภาชนะนั้น สามารถล้างเปลี่ยนน้ำใหม่ได้เป็นประจำ ก็ไม่จำเป็นต้องใส่ทรายทีมีฟอส

———————————————————————————————————————————————————————————————-

credit : https://www.scb.co.th/th/personal-banking/stories/protect-my-family/dengue-fev…
credit : https://obs.line-scdn.net/0hc74JECePBgJMxe_7TBDTzNlP3c6Xy8bbQVtG1VdYixxUx…

 

Show More

บทความที่เกี่ยวข้อง

Back to top button